วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดีและนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจในงาน Food Universe ถึงประเด็นดราม่าครอบครัวของ ทราย สก๊อต
ยังคงเป็นมหากาพย์ที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องราวความขัดแย้งในครอบครัวของ ทราย สก๊อต นักอนุรักษ์ชายชื่อดัง หลังเจ้าตัวออกมาเปิดเผยเรื่องราวฝันร้ายในวัยเด็กว่าเคยถูก พาย สุนิษฐ์ พี่ชายแท้ๆ ซึ่งเป็นสามีของนักแสดงสาว มายด์ ลภัสลัล ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่ฝ่ายพี่ชายได้ออกมาชี้แจงพร้อมปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น ส่งผลให้โลกออนไลน์เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดย บุ๋ม ปนัดดา ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าตนเองขอเลือกอยู่เคียงข้างผู้ที่ถูกกระทำเสมอ
บุ๋ม ปนัดดา ได้สะท้อนมุมมองต่อกรณีนี้ไว้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1.ฐานะทางการเงินไม่สามารถรับประกันความอบอุ่นได้
เธอระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องยืนยันว่าแม้เด็กจะเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยและมีหน้าตาทางสังคม ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเต็มไปด้วยความสุขเสมอไป ปัญหาการใช้ความรุนแรงภายในบ้านนั้นไม่เกี่ยงว่ารวยหรือจน แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่การปกป้องดูแลและความอบอุ่นที่มอบให้แก่คนในครอบครัว
2.ไม่ควรปล่อยปละละเลยจนเกิดความสูญเสีย
เธอเน้นย้ำว่าไม่อยากให้สังคมนิ่งเฉยจนปัญหาลุกลาม พร้อมกับหยิบยกกรณีสลดใจที่เด็กวัย 12 ปีถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิตมาเป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนสติสังคมว่าอย่ารอให้เหยื่อหมดลมหายใจแล้วค่อยหันมาให้ความสำคัญ
3.สิ่งที่ทรายต้องการมากที่สุดคือ การปกป้อง
จากประสบการณ์ที่เคยคลุกคลีและพูดคุยกับเด็กที่เผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกัน สิ่งที่พวกเขาโหยหาไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง แต่คือใครสักคนในครอบครัวที่พร้อมจะจับมือและเอ่ยคำว่า เดี๋ยวแม่จะปกป้องหนูเอง ซึ่งถ้าหากเธอมีโอกาสได้พบกับทราย สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำคือการเข้าไปสวมกอดเพื่อให้กำลังใจอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ เธอยังได้กล่าวถึงกรณีที่ ลีน่าจัง อดีตทนายความชื่อดัง ออกมาแสดงทรรศนะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวล่วงเลยมากว่า 20 ปีแล้ว จึงควรปล่อยวางและยุติเรื่องราวทั้งหมด โดยบุ๋มได้โต้กลับว่า สำหรับคนนอกที่ไม่เคยถูกกระทำย่อมพูดได้ง่ายดาย แต่สำหรับผู้ที่เป็นเหยื่อแล้ว ทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นนับเป็นบาดแผลฉกรรจ์ในจิตใจ พร้อมกับระบุว่า สำหรับคนที่โดนกระทำไม่มีวันที่จะผ่านฝันร้ายได้ค่ะ ทุกอย่างคือแผลเป็นในหัวใจ คนไม่เคยโดนอาจพูดได้ แต่คนโดนคือฝันร้ายหมด แม้คดีจบแต่ความรู้สึกก็ยังเป็นฝันร้ายเหมือนเดิม
สำหรับทิศทางของเรื่องนี้ บุ๋มให้ความเห็นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันได้บานปลายไปไกลเกินกว่าที่จะพูดคุยประนีประนอมกันได้แล้ว สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการยึดเอาสภาพจิตใจของทรายเป็นหลัก ว่าจะสามารถก้าวข้ามกระแสสังคมและใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร ท้ายที่สุดเธอได้ขอร้องให้ทุกคนร่วมกันส่งมอบพลังบวกและโอบกอดเยียวยาจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ