ตัวแม่พูดแล้ว! บุ๋ม ปนัดดา ส่งกำลังใจถึง ทราย สก๊อต ฟังแล้วน้ำตาคลอทั้งโซเชียล


วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พิธีกรชื่อดังและประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ที่ไทยรัฐบันเทิง ถึงประเด็นดราม่าที่กำลังเป็นที่สนใจระหว่าง ทราย สก๊อต และ พาย สุนิษฐ์ ซึ่งมีข้อพิพาทในเรื่องความรุนแรงภายในครอบครัว พร้อมกับได้ส่งกำลังใจให้กับทางทรายอย่างตรงไปตรงมา

โดยบุ๋ม ปนัดดา ระบุว่า เรื่องราวลักษณะนี้ย่อมสร้างบาดแผลให้กับเด็กทุกคนที่ต้องเผชิญและจะติดตัวไปจนโต ซึ่งจากการรับฟังบทสัมภาษณ์และคำพูดต่างๆ ทำให้เห็นว่าสิ่งเดียวที่อีกฝ่ายต้องการในวันนี้คือคนในครอบครัวที่พร้อมจะรับฟังและยืนเคียงข้าง จับมือสู้ไปด้วยกัน โดยไม่ได้ต้องการคนจำนวนมากหรือทรัพย์สินเงินทองใดๆ เพียงแค่ต้องการใครสักคน ซึ่งทางที่ดีที่สุดก็คือคนในครอบครัวที่ออกมายืนเคียงข้างบ้าง

ทั้งนี้ ในส่วนของการทำหน้าที่สื่อนั้น ตนพยายามอ่านข่าวโดยไม่ร้องไห้ตามและนำเสนอให้มีความเป็นกลางมากที่สุด แม้ว่าสังคมจะทราบดีว่าตนเลือกยืนอยู่ข้างผู้ถูกกระทำเสมอ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือเด็กมานับร้อยคน จึงเข้าใจดีว่าเด็กแต่ละคนมีบาดแผลที่ต้องฝ่าฟันอย่างยากลำบาก กว่าจะสามารถลุกขึ้นมายืนและพูดเรื่องราวเหล่านี้ได้ ซึ่งเมื่อออกมาพูดก็มักจะถูกสังคมวิจารณ์ว่าต้องการหาแสงหรืออยากดัง โดยที่ไม่ได้มองถึงความเข้มแข็งที่ต้องใช้เวลาสร้างมาอย่างยาวนานกว่าจะกล้าออกมาพูดในวันนี้

ดังนั้น การที่เหยื่อสักคนพยายามส่งเสียงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ แต่กลับถูกมองว่าเป็นการหาแสงนั้น ถือเป็นเรื่องที่เจ็บปวดมาก ซึ่งหากเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือลูกหลานก็คงไม่มีทางเข้าใจ พร้อมตั้งคำถามกลับว่า หากวันหนึ่งลูกหลานของตนเองโดนกระทำแล้วมาเล่าให้ฟัง จะยังมองว่าเด็กคนนั้นหิวแสงอยู่อีกหรือไม่

นอกจากนี้ บุ๋มยังเผยความรู้สึกว่า หากมีโอกาสได้พบตัวจริงก็คงจะเข้าไปกอดโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรให้มากมาย เพราะเข้าใจดีว่ากว่าจะมาถึงจุดที่สามารถมานั่งพูดผ่านรายการโทรทัศน์ได้นั้น ต้องผ่านเรื่องราวมาอย่างหนักหน่วง คงทำได้เพียงกอดให้แน่นที่สุด พร้อมกับบอกว่าหากถึงจุดที่ต้องการที่ระบาย ตนก็ยินดีที่จะเป็นหนึ่งในผู้รับฟังเสมอ

ในช่วงท้าย บุ๋ม ปนัดดา ได้ฝากข้อความถึงทรายว่า ขอขอบคุณที่กลับมาเข้มแข็งและไม่ตัดสินใจทำอะไรสั้นๆ ขอบคุณที่เป็นกระบอกเสียงและเป็นแบบอย่างให้กับเด็กอีกหลายคนที่ต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน ให้มีความกล้าที่จะพูดและบอกเล่าเรื่องราวกับผู้อื่น หากครอบครัวไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป เพื่อเปิดเผยการถูกกระทำและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ดีกว่าการปล่อยปละละเลยจนสายเกินแก้ พร้อมทั้งขอให้อีกฝ่ายมีความเข้มแข็งเช่นนี้ต่อไป และขอส่งกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top