Home » ทรูมูฟ ประกาศ ถึงผู้ใช้บริการทุกคน ปมเคเบิลใต้น้ำทั่วโลก

ทรูมูฟ ประกาศ ถึงผู้ใช้บริการทุกคน ปมเคเบิลใต้น้ำทั่วโลก

by Time2newsread

วันที่ 22 มีนาคม 2569 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยืนยันความพร้อมให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้เกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอนในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเคเบิลใต้น้ำ โดยระบุว่าโครงข่ายของทรูถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูง มีเส้นทางสำรองหลายเส้นทาง เชื่อมต่อกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก พร้อมระบบบริหารจัดการและเฝ้าติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีมงานของทรูได้ติดตามสถานการณ์เคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการโครงข่าย รวมถึงตั้ง Warroom เฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับโครงข่ายอินเทอร์เน็ตของทรู มีการกระจายเส้นทางการเชื่อมต่อหลายระดับ ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยมีเส้นทางสำรองรองรับ และสามารถบริหารจัดการเส้นทางการรับส่งข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นตามสถานการณ์ อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก ซึ่งยืนยันถึงความพร้อมของระบบและศักยภาพในการรองรับการใช้งาน ทั้งด้านแบนด์วิดท์และเส้นทางการเชื่อมต่อที่หลากหลาย ทำให้ลูกค้าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีคุณภาพต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทรูระบุถึงความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่สร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ ดังนี้

– โครงข่ายเคเบิลอิสระจากพื้นที่เสี่ยง

– โครงข่ายการเชื่อมต่อระหว่างประเทศของทรูรองรับด้วยระบบเคเบิลใต้น้ำ SJC2 (Southeast Asia-Japan Cable 2) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น โดยมีเส้นทางแยกออกจากภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน และยังคงให้บริการได้ตามปกติอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับผลกระทบ

– โครงข่ายมีเส้นทางสำรองหลากหลาย (Extensive Network Redundancy)

ทรูบริหารจัดการโครงข่ายให้มีความยืดหยุ่น พร้อมเส้นทางสำรองหลายเส้นทาง โดยร่วมมือกับพันธมิตรโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก ทั้งด้านการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย (transit) และการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างผู้ให้บริการ (peering) ในศูนย์อินเทอร์เน็ตหลัก เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง รองรับการรับส่งข้อมูลระหว่างเอเชีย ยุโรป และภูมิภาคอื่นทั่วโลก และสามารถปรับเส้นทางไปยังเส้นทางสำรองได้โดยอัตโนมัติ ทำให้บริการไม่สะดุด

พันธมิตรระดับโลกที่แข็งแกร่ง พร้อมศักยภาพรองรับการใช้งานได้อย่างเพียงพอ

บริการอินเทอร์เน็ตของทรูเชื่อมต่อโดยตรงกับพันธมิตรผู้ให้บริการ (peering) มากกว่า 30 ราย และเชื่อมต่อพันธมิตรระหว่างเครือข่าย (transit) อีก 9 ราย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระดับ Tier 1 ที่มีโครงข่ายครอบคลุมทั่วโลก โดยพันธมิตรยืนยันถึงศักยภาพด้านแบนด์วิดท์ที่เพียงพอ และความหลากหลายของเส้นทางเชื่อมต่อ แม้เกิดเหตุความเสียหายของเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลางก็จะไม่กระทบต่อคุณภาพบริการ

ยืนยันศักยภาพโครงข่ายจากเหตุการณ์จริงในอดีต

ทรูยกตัวอย่างเหตุการณ์เดือนกันยายน 2568 ที่ระบบเคเบิลใต้น้ำหลายเส้นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ SMW4, IMEWE (India-Middle East-Western Europe), FALCON และ EIG (Europe India Gateway) เกิดการขัดข้องในวงกว้าง แม้มีผลกระทบระดับภูมิภาค แต่บริการของทรูยังคงให้บริการได้ตามปกติ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการออกแบบโครงข่ายและระบบเส้นทางสำรอง

การเชื่อมต่อไปยังพื้นที่เสี่ยงยุโรปและตะวันออกกลางมีปริมาณไม่มาก

ปัจจุบัน ปริมาณทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตของทรูที่เชื่อมต่อไปยังยุโรปและตะวันออกกลางมีสัดส่วนไม่ถึง 5% ส่งผลให้โอกาสเกิดผลกระทบอยู่ในขอบเขตจำกัด

ทีมงานเฝ้าระวังดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง

ทีมเน็ตเวิร์กของทรูติดตามสถานการณ์และประสิทธิภาพโครงข่ายทั่วโลกอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาเสถียรภาพและคุณภาพบริการ พร้อมตอบสนองได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือการเปลี่ยนแปลงของระบบ

ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า บริษัทจะยังคงมุ่งพัฒนาและดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ด้วยโครงข่ายที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อถือได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจในทุกสถานการณ์

related articles

Leave a Comment