วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตาว่าจะกลับมาเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอีกครั้ง โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากรอบที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีและช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้าน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมระบบให้พร้อมสำหรับการดำเนินโครงการ และเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการก็สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที โดยยังคงใช้หลักการเดิมในการกำหนดวงเงินสิทธิ์ คือ 2,000 บาท สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี และ 2,400 บาท สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี พร้อมทั้งพิจารณาว่าจะให้สิทธิ์พร้อมกันทั้งหมด หรือเริ่มจากกลุ่มที่ตกหล่นจากรอบแรกก่อน รวมถึงมีแนวคิดส่งเสริมการออมผ่านบัญชี Thailand Individual Savings Account : TISA
สำหรับเงื่อนไขการลงทะเบียนในโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้มีสิทธิ์ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน และต้องไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 รวมถึงต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งในระยะก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาตามไทม์ไลน์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง สส. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ คาดว่าภายในวันที่ 9 เมษายน คณะกรรมการการเลือกตั้ง จะรับรอง สส. ไม่น้อยกว่า 95% จากนั้นช่วงวันที่ 10-16 เมษายน สส.ชุดใหม่จะทยอยรายงานตัว ก่อนเข้าสู่กระบวนการเปิดประชุมรัฐสภา เลือกประธานสภา และโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน 2569 และเมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว รัฐบาลจะเริ่มแถลงนโยบายและเดินหน้ามาตรการเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงโครงการคนละครึ่งเฟสใหม่ต่อไป
