Time2reads

Read News

ข่าว้นนี้

สหรัฐ–อิสราเอลเร่งถล่มเป้านิวเคลียร์ อ้างสกัดภัยไฮเปอร์โซนิค

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการรับมือกับอิหร่าน นักวิเคราะห์ประเมินว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ และพันธมิตร อาจร่อยหรอหรือหมดคลังหากสงครามยืดเยื้อเกิน 4 สัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่ออิหร่านหันมาใช้ “ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิค” ที่มีความเร็วเหนือเสียงและสามารถแตกตัวกระจายหัวรบกลางอากาศได้ ซึ่งทำให้หลบหลีกระบบป้องกันได้ดี และบีบให้ฝ่ายรับต้องสูญเสียจรวดสกัดกั้นที่มีจำกัดและราคาแพงในปริมาณมหาศาลเพื่อรับมือ
เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านคลังอาวุธสกัดกั้น ยุทธศาสตร์หลักของสหรัฐฯ และอิสราเอลในขณะนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การชิงลงมือโจมตีเพื่อไล่ล่าและทำลายฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านโดยตรง รวมถึงพุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและโรงงานนิวเคลียร์ โดยทางทูตอิหร่านประจำ IAEA ยืนยันว่าโรงงานนิวเคลียร์ที่เมืองนาทานซ์ (Natanz) ซึ่งเป็นศูนย์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักของประเทศ ได้ตกเป็นเป้าหมายและได้รับความเสียหายอย่างหนักจากปฏิบัติการทางทหารในครั้งนี้
ปฏิบัติการโจมตีอย่างหนักหน่วงได้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับฝ่ายอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ยืนยันการเสียชีวิตของผู้บัญชาการทหารระดับสูงถึง 7 นาย นอกจากนี้ สื่อท้องถิ่นยังมีรายงานความสูญเสียของบุคคลสำคัญ โดยระบุว่าภรรยาและหลานสาววัย 14 เดือนของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตลงแล้วหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกโจมตีในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และนายพีต เฮกเซท รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ต่างออกมายืนยันว่า ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งนี้จะไม่ใช่สงครามที่ยืดเยื้อไร้จุดจบ แต่เป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดและจำเป็น เพื่อหยุดยั้งอิหร่านจากการสร้างสถานที่เก็บอาวุธและบังเกอร์ใต้ดินแห่งใหม่ โดยสหรัฐฯ ย้ำว่าเป้าหมายสูงสุดคือการทำลายล้างคลังแสงขีปนาวุธ กองทัพเรือ และโครงสร้างนิวเคลียร์อย่างราบคาบ โดยระบุว่าไม่จำเป็นต้องขอโทษต่อการกระทำดังกล่าว เพราะมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามและเป็นผู้เริ่มความขัดแย้งก่อน

LEAVE A RESPONSE

Your email address will not be published. Required fields are marked *