Home » สะเทือนใจ! ครูสาวท้องแก่ ร้อง ผัวทหารหนีไปมีเมียน้อยวัย19 ซ้ำเมมเบอร์มือถือสุดเจ็บปวด

สะเทือนใจ! ครูสาวท้องแก่ ร้อง ผัวทหารหนีไปมีเมียน้อยวัย19 ซ้ำเมมเบอร์มือถือสุดเจ็บปวด

by Time2newsread

เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 น.ส.แอน (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ได้เข้าร้องเรียนต่อนายภาณุมาศ จิตรวศินกุล หรือ เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย และผู้สื่อข่าว เพื่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือ หลังเผชิญกับความบอบช้ำใจจากปัญหาชีวิตคู่ โดยระบุว่าสามีซึ่งเป็นพลทหารอาสา (พล.อส.) อายุ 30 ปี ได้หนีไปมีหญิงอื่น ทั้งที่ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย คบหาดูใจกันมากว่า 7 ปี และขณะนี้เธอกำลังตั้งครรภ์แก่ได้ 8 เดือน

ผู้เสียหายได้นำหลักฐาน อาทิ ทะเบียนสมรส ภาพถ่ายงานแต่งงาน และภาพถ่ายที่สามีไปกับหญิงสาวอีกคน เพื่อกราบไหว้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงที่อำเภอหนองหาน เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำใจอย่างมาก เนื่องจากพ่อแม่ของหญิงสาวคนดังกล่าวก็ให้การต้อนรับและเอ่ยปากเรียกสามีของเธอว่าลูกเขย สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดใจยิ่งกว่าคือการที่ครูแอนพบว่าสามีบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของหญิงสาวคนนั้นไว้ในชื่อว่า “เมียตัวจริงครับ” ทำให้เธอตั้งคำถามว่าในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เธออยู่ตรงไหนในความสัมพันธ์นี้

ครูแอนเล่าว่า เธอรู้จักกับสามีตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่เป็นครูเอกชนด้วยกัน คบหากันมานาน 7 ปี โดยในตอนแรกสามีไม่มีทรัพย์สินใดๆ มาแต่ตัว แต่พ่อและแม่ของเธอให้ความรักและดูแลลูกเขยคนนี้เป็นอย่างดี อยากได้อะไรก็หาให้ทุกอย่าง ต่อมาเธอได้ชวนสามีไปสอบพลทหารอาสา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเนื้อสร้างตัว โดยสามีสอบได้และได้ประจำการอยู่ในค่ายทหารที่จังหวัดอุดรธานี ทั้งคู่ได้แต่งงานกันในปี 2564 โดยมีค่าใช้จ่ายในงานแต่งงาน 150,000 บาท ซึ่งสามีมีเงินสมทบ 50,000 บาท ส่วนที่เหลือ 100,000 บาท พร้อมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในงาน พ่อของเธอเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

ในช่วงแรกชีวิตคู่มีความตั้งใจที่จะสร้างครอบครัวที่ดีร่วมกัน พ่อแม่ของครูแอนยังคงรักและดูแลลูกเขยเป็นอย่างดีมาก ทำทุกอย่างให้ แม้กระทั่งซักชุดชั้นในให้ เมื่อสามีได้เป็นพลทหารอาสาและย้ายไปทำงานในค่าย เธอก็ย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อปลายปี 2568 สามีเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป และไปรู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่งอายุ 19 ปี และย้ายไปอยู่หอพักกับหญิงคนนั้น ครูแอนเคยขับรถตามหลายครั้ง และได้พูดคุยกัน ซึ่งสามีก็ยอมรับและรับปากว่าจะไม่คบหากับหญิงคนนั้นอีก แต่ก็ยังแอบไปหากันอยู่เสมอ แม้กระทั่งในค่ายทหารที่ครูแอนไปขายของ ก็ยังมีเหตุการณ์ที่สามีแอบไปพบหญิงสาวคนดังกล่าวขณะที่เธออยู่ตรงนั้น

ครูแอนกล่าวด้วยความรู้สึกเจ็บปวดว่า เธอให้โอกาสสามีหลายครั้ง แต่เขาก็ยังคงแอบคบกันอีก และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สามีได้พาหญิงสาวอีกคนไปกราบไหว้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงที่อำเภอหนองหาน ซึ่งพ่อของฝ่ายหญิงยังได้โพสต์ข้อความแสดงความดีใจในโซเชียลมีเดียว่า “พ่อกับแม่ขอบคุณที่มีลูกเขยดีๆ ที่ซื้อของมาให้พ่อและแม่ มาเติมความสุขให้พ่อกับแม่ แม้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเมื่อเราเป็นพ่อแม่ลูกกันแล้ว ความรักเท่านั้นที่จะมั่นคง”

“หนูบอกตรงๆ เจ็บใจมาก เมียตัวจริงคนนี้อยู่ตรงไหนของเขา และที่เจ็บใจมาก เขาเมมเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงคนนั้นว่า “เมียตัวจริงครับ”” ครูแอนกล่าวและเสริมว่า เธอเคยร้องเรียนไปยังต้นสังกัดของสามีแล้ว ซึ่งทางต้นสังกัดก็ดำเนินการให้ ความต้องการของเธอคือต้องการหย่า และให้สามีถูกดำเนินการทางวินัยให้ออกจากราชการไปเลย ส่วนลูกของตน เธอจะดูแลเอง และตอนนี้เธอก็ตกงานด้วย เนื่องจากทางโรงเรียนเลิกจ้างเพราะเธอป่วยเป็นโรคเลือดจางต้องไปเติมเลือดประจำ “สามีคนนี้เขาเคยอยู่อย่างไรก็ขอให้กลับไปอยู่อย่างนั้น มาแต่ตัวก็ขอให้กลับไปแต่ตัว”

ด้าน นางหน่อย อายุ 56 ปี แม่ยายของพลทหารอาสา กล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า ตอนแรกเธอรักลูกเขยคนนี้มาก แต่ตอนนี้รู้สึกผิดหวังและเสียใจอย่างมาก เขาทำกับลูกสาวของเธอแบบนี้ หนีไปมีหญิงคนใหม่ ทำให้เจ็บใจมาก สมัยก่อนที่รักลูกเขย เธอทำทุกอย่างให้ หาข้าวหาน้ำให้กิน ซักเสื้อผ้าแม้กระทั่งชุดชั้นในก็ซักให้ เธอฝากบอกลูกเขยว่าไม่ต้องกลับมา และอย่าไปทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นอีก

ขณะที่อดีตแฟนหนุ่มของหญิงสาววัย 19 ปี กล่าวว่า ตนเสียใจมากที่แฟนสาวไปคบกับรุ่นพี่ที่อยู่ค่ายเดียวกัน พวกเขารู้จักกันเพราะแฟนสาวไปเยี่ยมตนในค่าย แต่กลับกลายเป็นว่าแฟนสาวไปคบกับรุ่นพี่ซึ่งเป็นสามีของครูแอน ตนพยายามห้ามแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งๆ ที่มีแผนจะหมั้นและแต่งงานกันในเร็ววันนี้ เมื่อเขาจะไปตนก็ปล่อยไป ตนไม่เอาคืนแล้ว

ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อพลทหารอาสาหลายครั้ง เพื่อขอฟังข้อเท็จจริงจากอีกฝ่าย แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด

related articles

Leave a Comment