เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติให้ยกเลิก MOU ปี 2544 ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดให้เร่งศึกษาแนวทางการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว ทั้งนี้ การประชุม สมช. ในวันนี้ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้ข้อสรุปให้ยกเลิก MOU ดังกล่าว โดยพิจารณาจากสาเหตุสำคัญ 3 ประการ ดังนี้
1. MOU 2544 เป็นกรอบเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันที่อยู่ใต้ทะเลระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา แต่ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจาภายใต้กรอบ MOU 2544 นี้เพียงแค่ 5 ครั้ง และใน 5 ครั้งนี้ก็ไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ แต่ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้เกิดข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนทางทะเล และเกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ รวมไปถึงไม่มีแนวทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันได้
2. การยกเลิก MOU 2544 เป็นการยุติการเจรจาตามกรอบ MOU 44 หากฝ่ายกัมพูชา ยังคงเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยต่อไป ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งมาให้ทราบ เพื่อจัดกรอบการเจรจากันใหม่ ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนทางทะเลเช่นที่ผ่านมา
3. ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาหลายครั้ง ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีการทำ MOU 44 ไปแล้ว โดย MOU ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวมันเองได้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีอยู่เช่นนี้ต่อไป การเจรจา เพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกัน จึงเป็นเรื่องที่ยากเพราะหลักการที่สำคัญ คือ ต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงค่อยหาแนวทางพัฒนาและบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจ และแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย จึงเห็นควรที่จะยกเลิกและวางกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง โดยหลังจากนี้ สมช.จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยทันที